<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-12560435</id><updated>2011-04-21T21:42:44.274-07:00</updated><title type='text'>.</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://porrama.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12560435/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://porrama.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>porrama</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>6</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12560435.post-113064666883425665</id><published>2005-10-29T21:28:00.000-07:00</published><updated>2005-10-29T21:31:08.850-07:00</updated><title type='text'>ประวัติย่นย่อของทุนนิยม A Very Brief History of Capitalism</title><content type='html'>ฝรั่งมองไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไมเคิล ไรท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประวัติย่นย่อของทุนนิยม A Very Brief History of Capitalism&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุนนิยมคืออะไร?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุนนิยมไม่ใช่เรื่อง "บุญ" หรือ "บาป," หากเป็นระบบแบ่งปัน (หรือแย่งชิง) อำนาจในสังคมโดยอาศัย ทรัพย์ เป็นหลักแทนพละกำลังกายและอาวุธ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สังคมดึกดำบรรพ์ล้วนเป็นเผ่าขนาดเล็กที่เป็นญาติๆ กันจึงไม่มีชนชั้น, มีแต่ผู้เฒ่าและผู้น้อยตามอายุและความรู้ความสามารถ, และแบ่งปันทรัพย์เท่าที่มีอยู่ (ของกิน, ของใช้) อย่างเสมอภาค, ไม่มีใครอดอยาก, หรือหากขัดสนก็อดอยากกันทั้งเผ่า ดังนี้ "ทรัพย์" ไม่มีความหมายและไม่เป็นเครื่องกำหนดว่าใครจะมีอำนาจภายในเผ่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ในสมัยดึกดำบรรพ์ความสัมพันธ์ ระหว่างเผ่า ไม่มีระเบียบสวยงามเช่นนี้ เผ่าไหนมีชายฉกรรจ์และอาวุธมากกว่า และมีผู้นำเหี้ยมโหดที่สุด, ก็สามารถปล้นเผ่าอื่นได้โดยฆ่าชายทุกคนแล้วลากหญิงไปเป็นเมีย นี่คือระบบ "อำนาจ" สมัยดึกดำบรรพ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สังคมมนุษย์ (จีน, ฮินดู, พุทธ, มุสลิม, คริสต์ ฯลฯ) ไม่ได้พัฒนาเสมอกันจึงต่างกันมาก, เหลือจะพิจารณาทั้งหมดได้, ผมจึงขอดูเฉพาะยุโรปตะวันตกหลังจักรวรรดิโรมันล้มราวคริสต์ศตวรรษที่ 5-6&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยุโรปก่อนทุนนิยม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในสมัยกลาง (Middle Ages) หรือยุคมืด (Dark Age) ยุโรปตะวันตกแบ่งเป็นนครรัฐต่างๆ แต่ละรัฐจะสะสมพลฉกรรจ์, พลม้า, อาวุธยุทโธปกรณ์แล้วแย่งชิงอำนาจกันด้วยวิธีรุนแรงที่เรียกว่า "สงคราม"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภายในนครรัฐแต่ละกลุ่ม (แคว้น) ใครๆ ที่ฉลาดกว่ากัน, นักเลงกว่ากัน, หรือเหี้ยมโหดกว่ากัน, สามารถครองที่นาและชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งก็เป็น "ขุน" เป็น "พระยา" (Earls, Dukes, Barons, Lords ฯลฯ) แล้วส่งพลและเสบียงสมทบทัพหลวง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างนี้เรียกว่า "ระบบศักดินา" (Feudalism), เป็นระบบแบ่งอำนาจกันภายในแคว้นด้วยความรุนแรงเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เริ่มทุนนิยม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมายุโรปเริ่มเข้ายุครื้อฟื้นศิลปวิทยา (Renaissance) ราวคริสต์ศตวรรษที่ 14 การค้าระหว่างหัวเมืองและแคว้นต่างๆ มีความสำคัญมากขึ้นรวมทั้งการเงินการธนาคาร, โดยเริ่มตามนครรัฐในอิตาลีเหนือก่อน จะเห็นได้ว่าในคริสต์ศตวรรษที่ 15 ตระกูลเมดีจี (Medici) ที่ครองเมือง Florence และแผ่อำนาจทั่วไปนั้นไม่ใช่คนสูงศักดิ์จากยุคเดิม แต่เป็นมหาเศรษฐีนายธนาคารที่มี เงิน ซื้อพลรบ, บำรุงศิลปวิทยา, และซื้อตำแหน่งสมเด็จพระสันตะปาปาให้หลานๆ ครองกินศาสนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 16-18 นครรัฐ (City States) ต่างๆ กำลังรวมกันก่อตั้งเป็น ประเทศรัฐ (Nation States) รัฐบาลแต่ละประเทศจะมีนโยบายส่งเสริมการผลิตและการค้า, โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้าต่างประเทศ ระบบอย่างนี้เรียกว่า Mercantilism, มีผลนำไปสู่การ ล่าเมืองขึ้น (Colonialism), จักรวรรดินิยม (Imperialism), และไม่ต้องสงสัย ความขัดแย้งกันเองว่าใครจะยึดครองทรัพยากรและตลาดในโลกภายนอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 (Adam Smith : Wealth of Nations, 1776) นักปราชญ์ผู้ก่อตั้งอุดมการณ์ "เศรษฐศาสตร์เสรีนิยม" (Economic Liberalism) รุ่นแรก ว่า รัฐควรวางเฉย, ปล่อยให้เศรษฐกิจเดินเอง (Laissez Faire) การผลิตและการค้าเสรีจะได้เติบโตขึ้นโดยอัตโนมัติและสร้างความมั่งคั่งผาสุกให้แก่สังคมโดยทั่วไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เผอิญปรัชญาใหม่นี้เกิดพร้อมกับการคิดประดิษฐ์เครื่องจักรใหม่ (Technological Revolution) เครื่องจักรเหล่านี้ทำให้นายทุนเจ้าของกิจการสามารถทำลายศิลปหัตถกรรมชาวบ้านและยึดตลาดทั้งหมดด้วยสินค้าราคาต่ำและคุณภาพสม่ำเสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุนนิยมในคริสต์ศตวรรษที่ 19&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ปรัชญาเศรษฐศาสตร์เสรีผนวกกับการปฏิวัติอุตสาหกรรม (Industrial Revolution) ต่างสร้างความเหลื่อมล้ำและความอนาถาครั้งยิ่งใหญ่ ที่บ้าน แรงงานหมดศักดิ์ศรี, ไม่มีอำนาจต่อรอง, และมีชีวิตกินอยู่เยี่ยงสัตว์เดรัจฉาน ในเมืองขึ้น (เช่น อินเดีย) ทรัพยากรทั้งหมดอยู่ในมือของอังกฤษและอุตสาหกรรมพื้นเมือง (ทอผ้า, เครื่องมือ เครื่องใช้) ต่างยกเลิกเพราะสู้ผลิตภัณฑ์ราคาถูกจาก Birmingham ไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนี้ "ทุน" ได้จัดแจงแบ่งปันอำนาจระหว่างประเทศได้สำเร็จด้วยความรุนแรงบ้าง, เล่ห์เหลี่ยมบ้าง แต่ภายในประเทศ (เช่น อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมัน) ระบอบอำนาจไม่มั่นคงเพราะ 1.อำนาจการเมืองโดยมากอยู่ในมือชนชั้นเจ้านายเก่า (เจ้าของที่ดิน), 2.อำนาจเศรษฐกิจอยู่ในมือนายทุนรุ่นใหม่, 3.ชนชั้นกลางมีจำนวนน้อยจึงมีเสียงไม่มาก, และ 4.ชนชั้นกรรมาชีพไม่มีอำนาจต่อรอง คริสต์ศตวรรษที่ 19 จึงเป็น "ศตวรรษแห่งการปฏิวัติ" ในยุโรป ใครเห็นว่า คาร์ล มาร์กซ์ เป็นยักษ์เป็นมารหรือเพ้อฝันก็ควรกลับไปศึกษาสภาพสังคม-เศรษฐกิจในยุโรปยุคนั้นให้ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่สหรัฐไม่ใช่อย่างนั้นเพราะเขามีพลเมืองจำนวนไม่มาก, มีที่ดินและทรัพยากรเหลือเฟือ, คนกรรมาชีพจึงพอหวังกินอยู่ดีได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีแต่อินเดียนแดงกับคนผิวดำที่แร้นแค้นไร้อำนาจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุนนิยมในครึ่งแรกคริสต์ศตวรรษที่ 20&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 อุตสาหกรรมสหรัฐ (เช่น น้ำมัน, เหล็ก และรถไฟ) มีลักษณะผูกขาด, รัฐสภาจึงเริ่มออกกฎหมายคุ้มครองผลประโยชน์สาธารณะ ในยุโรปก็เช่นเดียวกัน :- ฝ่ายเสรีนิยมเห็นจำเป็นจะต้องคุ้มครองและให้สิทธิอำนาจแก่ชนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ, และคุมพฤติกรรมของนายทุนให้อยู่ในขอบเขต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ตะวันตกโดยมากถือระบอบ "ประสม-ประสาน (Mixed Economy), คือเป็น ทุนนิยมเสรี แต่รัฐเข้ามาแทรกแบบ สังคมนิยม ใต้ระบอบประชาธิปไตยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการผูกขาด, การฮั้ว, การฉ้อราษฎร์บังหลวง, และ "มัจฉาคติ" (ปลาใหญ่กินปลาเล็ก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 20 ระบบประสมนี้มีความสำเร็จในระดับหนึ่ง, คือสามารถแบ่งปันอำนาจได้ดีขึ้น เช่น ให้คนส่วนใหญ่ในสังคมมีสิทธิเลือกตั้ง, ทำให้รัฐต้องโปร่งใสและรับผิดชอบมากกว่าเดิม มีการรับรองสิทธิลูกจ้างให้ตั้งสหภาพและต่อรองกับนายจ้าง, และมีความก้าวหน้าด้านสาธารณสุขและการศึกษาสำหรับประชาชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ในระยะดังกล่าวมีข้อเว้น, คือประเทศรัสเซียที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงจึงตกเป็นเหยื่อลัทธิ เลนินนิสต์ ที่มีวิธีแบ่งปันอำนาจเฉพาะต่างหากที่ไม่มี "ทุน" เป็นตัวเกณฑ์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม ระบอบประสมนี้ยังมีบกพร่องดังจะเห็นได้จากการที่เศรษฐกิจโลกหดหู่ (ราว ค.ศ.1930) ทำให้คนตกงานเป็นล้านๆ, และเกิดสงครามโลกถึงสองครั้ง (ค.ศ.1914-1918, 1940-1945) ที่ประเทศต่างๆ ใช้อาวุธแบ่งปันอำนาจกันใหม่ ไม่มีใครทราบสาเหตุแท้จริงของสงคราม บางท่านว่าโลภะโทสะโมหะ, บ้างว่าสันดานโหดธรรมดามนุษย์, หรือดาวร้ายแทรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัฐเป็นฝ่ายประกาศและดำเนินสงคราม, ไม่ใช่นายทุน อย่างไรก็ตาม สงครามเป็นกิจการแพงมาก, รัฐจึงไม่กล้าเป็นฝ่ายรุก (Aggressor) หากไม่มีทุนสนับสนุน บางทีผู้สนใจเรื่อง "สงครามและสันติภาพ" ควรศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและทุน เป็นไปได้ไหมว่าในบางกรณีสงครามให้กำไรงามกว่าสันติภาพ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 20 ระบบทุนนิยมประสม (Mixed Capitalism) มีทั้งความล้มเหลวและความสำเร็จสร้างสรรค์ ที่สำคัญที่สุดคือมันได้ยกระดับประชาชนจำนวนมากเข้ามาอยู่ใน ชนชั้นกลาง ที่แข็งแกร่ง, มีการศึกษาและอำนาจพอที่จะมีบทบาทรับผิดชอบในการบ้านการเมืองแทนที่จะเป็นฝ่ายถูกกระทำ, ไม่มีสิทธิรู้เห็นหรือแสดงความคิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความสำเร็จนี้ปรากฏในงานของ John Maynard Keynes (นักเศรษฐศาสตร์, ค.ศ.1883-1943) ที่นิยามบทบาทของรัฐในการควบคุมและส่งเสริมกลไกของทุน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุนนิยมหลังสงครามโลกครั้งที่ 2&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประเทศโลกตะวันตกฟื้นเศรษฐกิจเร็วบ้างช้าบ้าง (สหรัฐไม่ต้องฟื้นเพราะฐานอุตสาหกรรมยังสมบูรณ์อยู่) แต่ทุกประเทศรวมทั้งสหรัฐถือหลักการของ Keynes ว่ารัฐต้องมีบทบาทแทรกแซงเศรษฐกิจไม่ให้ตลาดหัวขวิดก้นคว่ำ มีการตกลงระบบกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ งานสาธารณูปโภค (น้ำ, ไฟ, ไปรษณีย์-โทรคมนาคม ฯลฯ) เป็นหน้าที่ของรัฐ, รวมทั้งการสาธารณสุขและการศึกษาระดับประชาบาล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีการควบคุมธนาคาร, สถาบันการเงินอื่นๆ, ตลาดหลักทรัพย์และกองทุนต่างๆ ไม่ให้เล่นพิเรนทร์, ไม่ให้เล่นถั่วหาย มีการก่อตั้งเป็นรัฐสวัสดิการ (Welfare State) ที่รับรองว่าไม่มีประชากรผู้ใดจะถูกทอดทิ้งให้อดตาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระบบประสม (ทุนนิยม+สังคมนิยม) นี้มีล้มลุกบ้าง, แต่โดยมากมีความสำเร็จหลายอย่าง เช่น 1.เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง, 2.ดึงประชากรส่วนใหญ่เข้ามาเป็นชนชั้นกลาง, 3.ลดความเหลื่อมล้ำและความขัดแย้ง, 4.แบ่งปันอำนาจในสังคมให้โปร่งใสและยุติธรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ถึงต้นทศวรรษที่ 1980 หลักการ "ประสม" ของ Keynes ถูกฉีกทิ้งลงถังขยะและทุนนิยมเปลี่ยนโฉมใหม่อีกครั้งหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุนนิยมปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้นทศวรรษ 1980 Ronald Reagan ในสหรัฐ และ Margaret Thatcher ในอังกฤษ ต่างเลิกศรัทธาหลักการ "เศรษฐกิจประสม" ของ Keynes ว่าเป็นนโยบายล้าหลังกีดขวางและขัดขาการดำเนินการของระบบทุน ท่านทั้งสองกลับศรัทธาทฤษฎี "ตลาดเสรี" (Free Markets) ของ Milton Friedman (นักเศรษฐศาสตร์ ค.ศ.1912-?)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านว่าการแทรกแซงของรัฐทำให้ตลาดบิดเบี้ยวไม่สมดุล ดังนั้น รัฐควรวางเฉย, ปล่อยให้ตลาดเสรีเป็นตัวคุมเศรษฐกิจโดยอัตโนมัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคยได้ยินอะไรคล้ายๆ กันมาก่อนไหม? ใช่แล้ว! มันคือคำสอน Laissez Faire ของ Adam Smith เจ้าเก่า กลับคืนชีพอีกครั้ง, ทั้งๆ ที่ประสบการณ์ 300 ปีแสดงว่า "ตลาดเสรี" ไม่มีตัวจริงแต่เป็นเรื่องหลอกตัวเอง (หรือหลอกชาวบ้าน?) ทั้งนี้ เป็นเพราะตลาดย่อมผูกขาดและปิดบัง (ในระดับหนึ่งระดับใด) โดยนิยาม, มิเช่นนั้นพ่อค้าจะทำกำไรสม่ำเสมอไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยนิยามแล้ว "ตลาดเสรี" คือการพนันบริสุทธิ์แท้ที่ทั้งเจ้ามือและลูกมือโกงกันไม่ได้เลย เกม "ตลาดเสรีจริงๆ" นี้อาจจะเล่นกันสนุกวันยังค่ำ แต่ไม่มีใครรวยครับ, เพราะในตลาดเสรีจริงๆ โกงกันไม่ได้ และไม่มีทางที่ใครจะเป็นมหาเศรษฐี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น่าชวนพวกมหาเศรษฐี (และสหาย) ที่อ้างว่าตนเป็น "อนุรักษนิยมใหม่" (Neo-cons) และ "เสรีนิยมใหม่" (Neo-libs) มาเล่นใน ตลาดที่เสรีจริงๆ แต่ท่านคงไม่เอาเงินมาเล่นในบ่อนนี้แน่ๆ เพราะกลัวหมดตูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในขณะที่โลกตะวันตกกำลังรื้อฟื้นทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ล้าสมัย, นักคิดในโลกสังคมนิยม (เช่น เติ้ง เสี่ยว ผิง และ มิคาอิล กอร์บาช็อฟ) กำลังคิดการใหม่ว่าทฤษฎีมาร์กซ์-เลนิน-เหมา เจ๋อ ตุง บกพร่องเป็นที่น่าเสียดายว่า ความเปลี่ยนแปลงในโลกสังคมนิยมเกิดในขณะนั้นพอดี, เพราะชวนให้เข้าใจผิดว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สังคมนิยมตกถังขยะประวัติศาสตร์แล้วทุนนิยมมีชัยชนะและเป็นเจ้าของบรมสัจจะทางทางเศรษฐกิจ, สังคมและการเมืองอย่างเถียงไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุนนิยมในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 21&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้มีอำนาจทางการเมืองปัจจุบันบางคน (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายโทนี่ แบลร์, นายบุช ผู้ลูก, และ นายทักษิณ ชินวัตร) ดูเหมือนต่างสืบทอด มรดกความคิด ทางการเมือง-เศรษฐกิจ จากผู้นำรุ่นก่อน, คือ นายเรแกน (ดาราหนังชั้น B), นางแทตเชอร์ (วิศวกรเคมี) และนายบุชผู้พ่อ (พ่อค้านักเก็งกำไรผูกขาด)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มรดกความคิดดังกล่าวเรียกว่า "ระบบเศรษฐกิจใหม่" (The New Economy), ประกอบด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. "ตลาดเสรี" ที่ไม่เสรีเพราะบรรษัทของประเทศมหาอำนาจเป็นเจ้ามือแจกไพ่ซ่อนถั่ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. "โลกาภิวัตน์" ซึ่งก็น่าจะเป็น "จักรวรรดินิยมใหม่" (Neo-Colonialism) คือการเสนอลูกปัดสวยๆ กับน้ำเมาแลกเปลี่ยนกับสิทธิที่จะเข้ามาครอบครองเศรษฐกิจของประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขบวนการใหม่นี้ (This New Regime) คืออะไรกันแน่?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ความสำเร็จสุดยอดและสมบูรณ์แบบของทุนนิยม (Triumph of Perfect Capitalism)?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. การบิดเบือนบ่อนทำลายทุนนิยม (Distortion and Perversion of Capitalism)?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ความคิดใหม่เอี่ยม (New Theory) ที่จะนำโลกไปสู่ความมั่งคั่งยุติธรรมเสมอภาคเยี่ยงยุคพระศรีอาริย์?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านผู้อ่านช่วยกันคิด, เพราะผมจนใจจริงๆ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12560435-113064666883425665?l=porrama.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='related' href='http://www.matichon.co.th/weekly/weekly.php?srctag=0421281048&amp;srcday=2005/10/28&amp;search=no' title='ประวัติย่นย่อของทุนนิยม A Very Brief History of Capitalism'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12560435/posts/default/113064666883425665'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12560435/posts/default/113064666883425665'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://porrama.blogspot.com/2005/10/very-brief-history-of-capitalism.html' title='ประวัติย่นย่อของทุนนิยม A Very Brief History of Capitalism'/><author><name>porrama</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12560435.post-112055953568254947</id><published>2005-07-05T03:16:00.000-07:00</published><updated>2005-07-05T22:54:44.716-07:00</updated><title type='text'>Switching To Linux Checklist</title><content type='html'>&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;ถ้าคุณเคยได้ยินเกี่ยวกับลินุกซ์และอยากจะลอง หรือหากคุณต้องการทดลองใช้ดูแต่คุณกลัวว่าจะทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณเสียหาย &lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;บทความนี้เขียนขึ้นสำหรับคุณเลย ลองอ่านดู แล้วเลือกใช้ในสิ่งที่คุณต้องการและไม่ต้องไปสนใจส่วนที่เห็นว่าไม่มีประโยชน์&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;มันอาจจะช่วยคุณเริ่มต้นใช้ลินุกซ์ครั้งแรกก็เป็นได้&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;        &lt;p class="MsoNormal" style="margin-left: 0cm; text-indent: 0cm;"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;ขอออกตัวก่อนว่า ผมไม่ได้พยายามจะโปรโมตอะไร &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;: &lt;span lang="TH"&gt;ไม่ใช่ลินุกซ์ ไม่ใช่เฟดดอร่า และไม่ใช่เคดีอี หรือกะโนม&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;คุณต้องทดลองมันเพื่อตัวคุณเอง ค้นหาว่าอันไหนเหมาะสมกับคุณที่สุด และใช้งานมัน&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;ภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแม่ของผม ผมจึงต้องขออภัยล่วงหน้าหากมีข้อผิดพลาดบ้าง&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;!--[if !supportLists]--&gt;&lt;span style=";font-family:Tahoma;font-size:14;"  &gt;&lt;span style=""&gt;1.&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;!--[endif]--&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;เวลา &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;: &lt;span lang="TH"&gt;หรือ &lt;/span&gt;:&lt;span lang="TH"&gt; คุณควรแน่ใจว่ามีเวลาให้กับมันเพียงพอ&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;   &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;ลินุกซ์ไม่ใช่วินโดว์&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;แม้ว่าลินุกซ์จำนวนมากหลาย ๆ ดิสทริบิวต์ชัน สามารถติดตั้งและปรับแต่งมันโดยผ่านหน้าจอแบบกราฟฟิก (เหมือนเช่นที่ทำบนวินโดว์)&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;งานบางงานทำสำเร็จง่ายกว่า เมื่อคุณพิมพ์คำสั่งแบบคอมมานด์ไลน์ (เหมือนกับ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;cmd.ext/command.com &lt;span lang="TH"&gt;บนวินโดว์)&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;โปรดทราบด้วยว่าการเรียนรู้ลินุกซ์ต้องใช้เวลา แต่เมื่อคุณทำสำเร็จรางวัลที่ได้รับนับว่าคุ้มค่าต่อความพยายาม&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;     &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;ตัวอย่างเล็ก ๆ ก็เช่น &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;: &lt;span lang="TH"&gt;การเขียนซีดีซํกแผ่นเป็น &lt;/span&gt;ISO image &lt;span lang="TH"&gt;สามารถใช้เมาส์คลิก ๆ ไปบนโปรแกรมชื่อ&lt;/span&gt; K3B &lt;span lang="TH"&gt;ได้เลย หรือจะนั่งพิมพ์คำสั่ง &lt;/span&gt;“cdreord dev=ATAPI:1,0,0 speed=48 filename.iso” &lt;span lang="TH"&gt;บนหน้าจอคอนโซลก็ได้ &lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;อีกตัวอย่างคือ การสำรองข้อมูลทำได้ด้วยการพิมพ์คำสั่ง &lt;/span&gt;“tar –czpf /media/backup-drive/$HOSTNAME-$(date +%F).tgz” &lt;span lang="TH"&gt;หรือเช่นกัน ทำได้โดยการคลิกเมาส์บนแอพพลิเคชันที่เป็นกราฟฟิก&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;     &lt;p class="MsoNormal" style="margin-left: 9pt; text-indent: -9pt;"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Tahoma;font-size:14;"  &gt;&lt;span style=""&gt;2.&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;!--[endif]--&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;อย่าท้อถอย&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;   &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;ตั้งใจล่วงหน้าไว้เลย ว่าคุณจะไม่ท้อถอย&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;     &lt;p class="MsoNormal" style="margin-left: 18pt; text-indent: -18pt;"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Tahoma;font-size:14;"  &gt;&lt;span style=""&gt;3.&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;!--[endif]--&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;เริ่มต้นทดลองใช้ลินุกซ์ที่เป็น &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;LiveCD &lt;span lang="TH"&gt;ก่อน&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;   &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;ดาวโหลดพวก &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;ISO&lt;span lang="TH"&gt; เขียนใส่ซีดีและทดลองใช้ดู&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;LiveCD &lt;span lang="TH"&gt;จะบูตจากไดร์วซีดีรอมของเครื่องและทำงานได้โดยไม่แตะต้องฮาร์ดดิสของคุณเลย&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;ทดลองเล่นดู ดูว่าลินุกซ์ยังน่าสนใจอยู่หรือไม่&lt;/span&gt;? &lt;span lang="TH"&gt;&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;     &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;นี่คือลินุกซ์ดิสทริบิวต์ชันที่น่าสนใจ&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;      &lt;ul&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;i&gt; Knoppix:&lt;/i&gt; &lt;a href="http://www.knopper.net/knoppix/index-en.html"&gt;http://www.knopper.net/knoppix/index-en.html&lt;/a&gt; &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;i&gt;Ubuntu:&lt;/i&gt; &lt;a href="http://www.ubuntulinux.org/"&gt;http://www.ubuntulinux.org/&lt;/a&gt; &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;i&gt;Damn Small Linux (DSL):&lt;/i&gt; &lt;a href="http://www.damnsmalllinux.org/"&gt;http://www.damnsmalllinux.org/&lt;/a&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt; &lt;/ul&gt;            &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;ทั้ง &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;Knoppix &lt;span lang="TH"&gt;และ &lt;/span&gt;Ubuntu &lt;span lang="TH"&gt;(อูบุนตู) ใช้งานได้บนคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ที่ติดตั้งวินโดว์เอ็กซ์พีผ่าน ลองใช้ &lt;/span&gt;DSL (Damm Small Linux) &lt;span lang="TH"&gt;ดู ถ้าคุณวางแผนว่าจะใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเก่า ๆ&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;DSL &lt;span lang="TH"&gt;เป็นระบบปฏิบัติการขนาด 50 เมกกะไบต์ ที่สามารถทำงานได้บนเครื่อง 486/66 ด้วยแรม 16 เมกกะไบต์ และบูตจาก &lt;/span&gt;USB flash drive &lt;span lang="TH"&gt;ได้&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;นอกจากนั้น พวกลินุกซ์แบบไลฟ์ซีดีเหล่านี้ ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานโดยไม่ได้ติดตั้งอะไรลงไปบนฮาร์ดดิสในเครื่องเลย &lt;/span&gt;;&lt;span lang="TH"&gt; วินโดว์ของคุณจึงยังคงปลอดภัย (ยกเว้นคุณไปทำอะไรที่มันแย่จริง ๆ)&lt;/span&gt; **LiveCD &lt;span lang="TH"&gt;เมื่อบูตขึ้นมาก็จะมีหน้าตาเหมือนเราใช้วินโดว์ เห็นไดร์ว &lt;/span&gt;C: D: &lt;span lang="TH"&gt;เห็นไฟล์อื่น ๆ เหมือนที่เห็นบนวินโดว์ ฯลฯ &lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;อะไรที่แย่ ๆ ในที่นี้คงหมายถึง ผู้ใช้ไปสั่งลบไฟล์บนฮาร์ดดิส&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;ถ้าไม่ไปลบไฟล์ ก็ไม่มีปัญหาอะไร &lt;/span&gt;–&lt;span lang="TH"&gt;ผู้เรียบเรียง**&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;     &lt;p class="MsoNormal" style="margin-left: 0cm; text-indent: 0cm;"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Tahoma;font-size:14;"  &gt;&lt;span style=""&gt;4.&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;!--[endif]--&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;เลือกลินุกซ์ซักดิสทริบิวต์ชันนึง&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;   &lt;p class="MsoNormal" style=""&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;สิ่งสำคัญที่สุดอันดับแรก ไม่ว่าคุณจะเลือกตัวไหน โปรดจำไว้ว่า &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;:&lt;span lang="TH"&gt; ลินุกซ์คือลินุกซ์คือลินุกซ์คือลินุกซ์&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;ลินุกซ์แต่ละดิสทริบิวต์ชันอาจะมีกระบวนการติดตั้งที่แตกต่างกัน การจัดการแพคเกจที่ต่างกัน และเครื่องมือที่ใช้ปรับแต่งแตกต่างกัน แต่โดยเนื้อแท้แล้วลินุกซ์นั้นเหมือน ๆ กัน &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;โดยส่วนตัวผมใช้เฟดดอร่าคอร์ 3 และ 4&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;(&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;a href="http://fedora.redhat.com/"&gt;http://fedora.redhat.com&lt;/a&gt;) &lt;span lang="TH"&gt;แต่มันขึ้นอยู่กับรสนิยมส่วนตัวของแต่ละคน&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;ลินุกซ์อื่น ๆ ยังมีอีกเช่น&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;ul&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;&lt;i&gt;Mandriva:&lt;/i&gt; ชื่อเดิมคือ Mandrake, &lt;a href="http://www.mandriva.com/"&gt;http://www.mandriva.com/&lt;/a&gt; &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;&lt;i&gt;SUSE:&lt;/i&gt; &lt;a href="http://www.novell.com/linux/suse/"&gt;http://www.novell.com/linux/suse/&lt;/a&gt; &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;&lt;i&gt;Ubuntu:&lt;/i&gt; &lt;a href="http://www.ubuntulinux.org/"&gt;http://www.ubuntulinux.org/&lt;/a&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt; &lt;/ul&gt;            &lt;p class="MsoNormal" style="margin-left: 18pt; text-indent: -18pt;"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Tahoma;font-size:14;"  &gt;&lt;span style=""&gt;5.&lt;span style=""&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt; การเชื่อมต่ออินเตอร์เนต&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;   &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;จะให้ดีควรมีคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง (ที่ใช้ระบบปฏิบัติการที่คุณใช้อยู่เป็นปกติ) ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เนตอยู่&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;เพื่อที่จะใช้ค้นหาข้อมูลจาก &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;Google &lt;span lang="TH"&gt;หรือหาข้อมูลในฟอรัมของลินุกซ์ที่คุณชอบ หากคุณไม่ต้องการบูตกลับไปกลับมาระหว่างระบบปฏิบัติการสองตัวในเครื่องเดียวกันเวลาที่คุณติดขัดปัญหา&lt;br /&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal" style="margin-left: 18pt; text-indent: -18pt;"&gt;&lt;!--[if !supportLists]--&gt;&lt;span style=";font-family:Tahoma;font-size:14;"  &gt;&lt;span style=""&gt;6. &lt;span style=""&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;!--[endif]--&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;ฮาร์ดแวร์เก่า ๆ&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;   &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;ลินุกซ์ทำงานได้ดีบนฮาร์ดแวร์เก่า คุณสามารถใช้เครื่อง &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;AMD K6 500&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;หรือ &lt;/span&gt;Pentium3 &lt;span lang="TH"&gt;450&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;และการ์ดจอเก่า ๆ แบบ &lt;/span&gt;ATI Range Pro 128 &lt;span lang="TH"&gt;ได้&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;ถ้าคุณมีหน่วยความจำ (&lt;/span&gt;RAM)&lt;span lang="TH"&gt; เพียงพอ มันจะทำงานได้ดีทีเดียว&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;ผมมีเครื่อง &lt;/span&gt;Dell Inspiron 7000 &lt;span lang="TH"&gt;เป็น 366 &lt;/span&gt;Mhz Intel PII, 256 MB, Harddisk 10 GB &lt;span lang="TH"&gt;&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;ผมสามารถเล่นเกมส์ &lt;/span&gt;Doom3 &lt;span lang="TH"&gt;ได้&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;มันเพียงพอที่จะใช้เขียนโปรแกรม อ่านอีเมล์ เขียนเอกสารและท่องเนต&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;     &lt;p class="MsoNormal" style="margin-left: 18pt; text-indent: -18pt;"&gt;&lt;!--[if !supportLists]--&gt;&lt;span style=";font-family:Tahoma;font-size:14;"  &gt;&lt;span style=""&gt;7.&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;Google&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;   &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;หากคุณติดขัดไม่รู้จะทำอย่างไร ให้ค้นหาจาก &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;Google &lt;a href="http://www.google.com/"&gt;www.google.com&lt;/a&gt;&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;สันนิษฐานว่าคำถามของคุณคงจะมีคนอื่น ๆ ถามและตอบแล้วนับพันครั้ง ค้นมันดูและคุณจะพบคำตอบ&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;     &lt;p class="MsoNormal" style="margin-left: 18pt; text-indent: -18pt;"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style=";font-family:Tahoma;font-size:14;"  &gt;&lt;span style=""&gt;8.&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;!--[endif]--&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;อ่านคู่มือ&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;    &lt;ul&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;เปิดอ่านหน้า &lt;/span&gt;help &lt;span lang="TH"&gt;ในเวบไซต์ของลินุกซ์ดิสทริบิวต์ชันของคุณ&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;ทั้งหมดมักจะมีเอกสารที่ดีพอ&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ลองไปดูที่ &lt;/span&gt;The Linux Documentation Project: &lt;a href="http://longdo.ex.nii.ac.jp/popthai/?url=http://www.tldp.org"&gt;www.tldp.org&lt;/a&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;หากต้องการความช่วยเหลือเรื่องคำสั่ง พิมพ์ &lt;/span&gt;man [&lt;span lang="TH"&gt;คำสั่ง&lt;/span&gt;] (&lt;span lang="TH"&gt;เช่น &lt;/span&gt;man ls&lt;span style=""&gt;)&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt; ในคอนโซล มันจะโชว์หน้าคำอธิบายให้ &lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt; &lt;/ul&gt;              &lt;p class="MsoNormal" style="margin-left: 18pt; text-indent: -18pt;"&gt;&lt;!--[if !supportLists]--&gt;&lt;span style=";font-family:Tahoma;font-size:14;"  &gt;&lt;span style=""&gt;9.&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;!--[endif]--&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;ฟอรัมสำหรับความช่วยเหลือ&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;   &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;ใช้ฟอรัมเพื่อขอความช่วยเหลือ อย่าเกรงว่าจะดูไม่ฉลาด เราทุกคนเคยโง่ หรือทำผิดพลาดมาก่อนทั้งสิ้น&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;(หรือใครเคยสั่ง &lt;/span&gt;rm –rf &lt;span lang="TH"&gt;มั่ง&lt;/span&gt;?&lt;span lang="TH"&gt;)&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;      &lt;ul&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;i&gt;Linux questions:&lt;/i&gt; &lt;a href="http://www.linuxquestions.org/questions/index.php"&gt;http://www.linuxquestions.org/questions/index.php&lt;/a&gt; &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;i&gt;Fedora Forum:&lt;/i&gt; &lt;a href="http://forums.fedoraforum.org/"&gt;http://forums.fedoraforum.org&lt;/a&gt; &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;i&gt;Ubuntu Forums:&lt;/i&gt; &lt;a href="http://www.ubuntuforums.org/"&gt;http://www.ubuntuforums.org/&lt;/a&gt; &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;i&gt;Mandriva Forums:&lt;/i&gt; &lt;a href="http://mandrivausers.org/"&gt;http://mandrivausers.org/&lt;/a&gt; &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;i&gt;SUSE Forum:&lt;/i&gt; &lt;a href="http://support.novell.com/forums/"&gt;http://support.novell.com/forums/&lt;/a&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt; &lt;/ul&gt;                   &lt;p class="MsoNormal" style="margin-left: 0cm; text-indent: 0cm;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;!--[if !supportLists]--&gt;&lt;span style=";font-family:Tahoma;font-size:14;"  &gt;&lt;span style=""&gt;10.&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;จดบันทึก&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;   &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;จดบันทึกทุกอย่างที่คุณทำไว้ คุณอาจต้องใช้มันอีกในอนาคต&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;     &lt;p class="MsoNormal" style="margin-left: 18pt; text-indent: -18pt;"&gt;&lt;!--[if !supportLists]--&gt;&lt;span style=";font-family:Tahoma;font-size:14;"  &gt;&lt;span style=""&gt;11.&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;ใช้ซอฟท์แวร์ลินุกซ์ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;:&lt;span lang="TH"&gt; หรือ &lt;/span&gt;: &lt;span lang="TH"&gt;อย่าวางแผนใช้ซอฟท์แวร์ของวินโดว์บนลินุกซ์&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;     &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;คุณอาจติดตั้งโปรแกรมชื่อ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;wine &lt;span lang="TH"&gt;ได้ (เป็นโปรแกรมแปลงให้ซอฟท์แวร์ของวินโดว์รันบนลินุกซ์ได้ &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.winehq.org/"&gt;http://www.winehq.org&lt;/a&gt;) &lt;span lang="TH"&gt;&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;เพื่อใช้งานโปรแกรมวินโดว์ที่คุณชอบหรือว่าเล่นเกมส์ &lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;สิ่งสำคัญคือเราควรเปลี่ยนแปลงการใช้งานของเราทั้งหมด&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;     &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;ลินุกซ์มีซอฟท์แวร์ให้ใช้งานจำนวนมากซึ่งมาพร้อมกับการติดตั้งลินุกซ์แต่ละดิสทริบิวต์ชันอยู่แล้ว&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;ทั้งที่ทำงานบนเดสก์ทอปชื่อ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;KDE (&lt;a href="http://www.kde.org/"&gt;http://www.kde.org&lt;/a&gt;) &lt;span lang="TH"&gt;และ &lt;/span&gt;GNOME (&lt;a href="http://www.gnome.org/"&gt;http://www.gnome.org&lt;/a&gt;), Open Office (http://www.openoffice.org)&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ชุดออฟฟิศแบบไมโครซอฟท์ออฟฟิศ,&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;Evolution &lt;span lang="TH"&gt;ที่ทำงานได้เหมือนกับโปรแกรม &lt;/span&gt;outlook &lt;span lang="TH"&gt;ของวินโดว์ &lt;/span&gt;(&lt;a href="http://www.gnome.org/projects/evolution/"&gt;http://www.gnome.org/projects/evolution/&lt;/a&gt;),&lt;span lang="TH"&gt;&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;K3B&lt;span lang="TH"&gt; โปรแกรมเขียนซีดีเหมือนกับ &lt;/span&gt;Nero (&lt;a href="http://www.k3b.org/"&gt;http://www.k3b.org&lt;/a&gt;)&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;และยังมีโปรแกรมอื่น ๆ อีกมากมาย&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;     &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;ตอนนี้ดีกว่าแต่ก่อน เกมส์จำนวนมากถูกแปลงให้เล่นบนลินุกซ์ได้แล้ว &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;:&lt;span lang="TH"&gt; เช่น &lt;/span&gt;Quake 1/2/3, Doom3. Unreal, UT, TU2K3/4, &lt;st1:placename st="on"&gt;Enemy&lt;/st1:placename&gt; &lt;st1:placetype st="on"&gt;Territory&lt;/st1:placetype&gt; &lt;span lang="TH"&gt;และ &lt;/span&gt;&lt;st1:place st="on"&gt;&lt;st1:country-region st="on"&gt;America&lt;/st1:country-region&gt;&lt;/st1:place&gt;’s Army &lt;span lang="TH"&gt;คุณต้องใช้ซีดีต้นฉบับเพื่อติดตั้งเกมส์พวกนี้&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;     &lt;p class="MsoNormal" style="margin-left: 18pt; text-indent: -18pt;"&gt;&lt;!--[if !supportLists]--&gt;&lt;span style=";font-family:Tahoma;font-size:14;"  &gt;&lt;span style=""&gt;12.&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;ตรวจสอบฮาร์ดแวร์&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;                                                                                                                 &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;ก่อนจะเริ่มต้น คุณสามารถค้นหาฮาร์ดแวร์ที่ใช้งานลินุกซ์ได้ที่ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;a href="http://www.linuxcompatible.org/compatiblility.html"&gt;http://www.linuxcompatible.org/compatiblility.html&lt;/a&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;span style=""&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt; &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span style=""&gt;12.1&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;โดยทั่วไป&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;   &lt;ul&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;CPU : 80486 &lt;span lang="TH"&gt;หรือรุ่นสูงกว่า (&lt;/span&gt;AMD, Intel &lt;span lang="TH"&gt;และ &lt;/span&gt;VIA) &lt;span lang="TH"&gt;สนับสนุนทั้ง 32 บิต และ 64 บิต&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;ลินุกซ์ดิสทริบิวต์ชันใหม่ ๆ มีความต้องการ &lt;/span&gt;Pentium3, Athlon &lt;span lang="TH"&gt;หรือรุ่นสูงกว่า&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;Chipset : AMD, Intel, VIA, nVidia&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;(ตัวหลังอาจต้องการไดรเวอร์จาก &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.nvidia.com/object/unix.html"&gt;http://www.nvidia.com/object/unix.html&lt;/a&gt;)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;หน่วยความจำ &lt;/span&gt;: &lt;span lang="TH"&gt;ขึ้นอยู่กับลินุกซ์แต่ละดิสทริบิวต์ชันและการใช้งานซอฟท์แวร์ 256 เมกกะไบต์ควรจะเพียงพอ (บางดิสทริบิวต์ชัน ทำงานได้แม้มีหน่วยความจำเพียง 16 เมกกะไบต์)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;พื้นที่ฮาร์ดดิส &lt;/span&gt;: &lt;span lang="TH"&gt;หากติดตั้งลินุกซ์แบบเต็ม (รวมถึงชุดออฟฟิศ, เครื่องมือสำหรับพัฒนาโปรแกรม, โปรแกรมอำนวยประโยชน์อื่น ๆ, เกมส์) ใช้พื้นที่ราว ๆ 3 กิ๊กกะไบต์&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;ลินุกซ์บางดิสทริบิวต์ชันที่ทำงานเฉพาะด้านอาจใช้พื้นที่เพียง 100 เมกกะไบต์&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt; &lt;/ul&gt;    &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span style=""&gt;&lt;br /&gt;12.2&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;!--[endif]--&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;การ์ดแสดงผล&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;ul&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;แบบสนับสนุน 2&lt;/span&gt;D : &lt;span lang="TH"&gt;(เพียงพอที่จะใช้ท่องเนตและทำงานเอกสารต่าง ๆ) &lt;/span&gt;ATI Radeon 7/8xxx,&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;nVidia GF2/3/4/5/6,&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;Intel i8xx/9ixx,&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;การ์ดจอเก่า ๆ ส่วนใหญ่มักจะใช้งานได้ (&lt;/span&gt;Matrox/Voodo/older ATIs &lt;span lang="TH"&gt;และอื่น ๆ&lt;/span&gt;)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;แบบสนับสนุน 3&lt;/span&gt;D : &lt;span lang="TH"&gt;การ์ดของ &lt;/span&gt;nVidia Geforce (&lt;a href="http://www.nvidia.com/cbject/unix.html"&gt;http://www.nvidia.com/cbject/unix.html&lt;/a&gt;) &lt;span lang="TH"&gt;ถ้าเป็น &lt;/span&gt;ATI 3D &lt;span lang="TH"&gt;ยังไม่สนับสนุน &lt;/span&gt;(ATI &lt;span lang="TH"&gt;กำลังทำอยู่ &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.ati.com/products/catalyst/linux.html"&gt;http://www.ati.com/products/catalyst/linux.html&lt;/a&gt; ) &lt;span lang="TH"&gt;หากคุณต้องการเล่นเกมส์ล่าสุด &lt;/span&gt;(UT2K4, AA, Doom3)&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ให้ใช้การ์ดของ &lt;/span&gt;GF6xxx&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;**ในที่นี้หมายถึง ATI &lt;span lang="TH"&gt;ยังไม่สนับสนุนการเล่นเกมส์ 3 มิติ แต่การ์ดจอ &lt;/span&gt;ATI &lt;span lang="TH"&gt;ใช้งานลินุกซ์ทั่วไปได้ &lt;/span&gt;–&lt;span lang="TH"&gt;ผู้เรียบเรียง)&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/li&gt; &lt;/ul&gt; &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span style=""&gt;&lt;br /&gt;12.3&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;คอนโทรลเลอร์ของฮาร์ดดิส&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;   &lt;ul&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;SCSI : &lt;span lang="TH"&gt;สนับสนุน &lt;/span&gt;RAID controller &lt;span lang="TH"&gt;หลัก ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;SATA : &lt;span lang="TH"&gt;สนับสนุน &lt;/span&gt;non raid SATA controller &lt;span lang="TH"&gt;ส่วนใหญ่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;IDE : &lt;span lang="TH"&gt;สนับสนุน &lt;/span&gt;non raid IDE controller &lt;span lang="TH"&gt;ส่วนใหญ่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;   &lt;li&gt;SATA/IDE RAID : IDE/SATA controller &lt;span lang="TH"&gt;แบบบนเมนบอร์ดส่วนใหญ่นั้นจริง ๆ แล้วทำงานแบบกึ่งซอฟท์แวร์ (ใช้ &lt;/span&gt;CPU&lt;span lang="TH"&gt; ของเครื่องทำงาน)&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;และอาจใช้งานไม่ได้บนลินุกซ์&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;(คุณอาจมองเห็นพอร์ทของ &lt;/span&gt;IDE/SATA &lt;span lang="TH"&gt;และเห็นไดรเวอร์&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;แต่จะไม่เห็น &lt;/span&gt;logical RAID array)&lt;span lang="TH"&gt;หรืออาจต้องการไดรเวอร์เพิ่มเติมจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ตัวนี้&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;อย่างไรก็ตาม ในเคอร์เนลของลินุกซ์ สนับสนุน &lt;/span&gt;software raid (&lt;a href="http://longdo.ex.nii.ac.jp/popthai/?url=http://www.tldp.org/HOWTO/Software-RAID-HOWTO.html"&gt;http://www.tldp.org/HOWTO/Software-RAID-HOWTO.html&lt;/a&gt;)&lt;span lang="TH"&gt;&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;ใช้งานได้ดีกับ &lt;/span&gt;on-board RAID controllers &lt;span lang="TH"&gt;ที่รู้จักกันทั่วไป&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;สนับสนุน &lt;/span&gt;RAID5 &lt;span lang="TH"&gt;ที่เป็นฮาร์ดแวร์แท้ เช่น 3&lt;/span&gt;ware, LSI &lt;span lang="TH"&gt;และ &lt;/span&gt;Adaptec เต็มที่โดยใช้ไดรเวอร์แบบโอเพ่นซอร์ส&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;**&lt;a href="http://www.opentle.org/modules.php?op=modload&amp;name=phpWiki&amp;amp;file=index&amp;pagename=RAID%20%A4%D7%CD%CD%D0%E4%C3"&gt;RAID คืออะไร&lt;/a&gt;&lt;a href="http://www.opentle.org/modules.php?op=modload&amp;amp;amp;name=phpWiki&amp;file=index&amp;amp;pagename=RAID%20%A4%D7%CD%CD%D0%E4%C3"&gt; &lt;/a&gt;--อภิจิต วิภาสธีรวงศ์**&lt;br /&gt;&lt;/li&gt; &lt;/ul&gt;    &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span style=""&gt;12.4&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;!--[endif]--&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;เนตเวิร์ค&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;   &lt;ul&gt;   &lt;li&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;โมเดม &lt;/span&gt;: &lt;span lang="TH"&gt;โมเดมแบบฮาร์ดแวร์ใช้งานได้&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;โมเดมแบบวินโมเดม ใช้งานไม่ได้ เว้นแต่จะมีไดรเวอร์ &lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;br /&gt;**โมเดมแบบฮาร์ดแวร์คือ โมเดม&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt; external &lt;span lang="TH"&gt;ที่เป็นกล่องวางนอกเครื่อง, วินโมเดม ก็คือโมเดมแบบที่เราเสียบในเครื่องบนพอร์ต &lt;/span&gt;pci –&lt;span lang="TH"&gt;ผู้เรียบเรียง**&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;การ์ดแลน&lt;/span&gt; : &lt;span lang="TH"&gt;99&lt;/span&gt;% &lt;span lang="TH"&gt;ใช้งานได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;   &lt;li&gt;ADSL/Cable modems : &lt;span lang="TH"&gt;ส่วนใหญ่ใช้งานได้ อาจต้องการการปรับแต่งบ้าง&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;  คำแนะนำของผมคือ ให้ใช้แบบ &lt;/span&gt;external &lt;span lang="TH"&gt;และเชื่อมต่อโดยใช้ &lt;/span&gt;PPP over Ethernet &lt;span lang="TH"&gt;(ส่วนใหญ่แล้วจะมีประสิทธิภาพดีกว่าด้วย&lt;/span&gt;;&lt;span lang="TH"&gt; โมเดมแบบ &lt;/span&gt;USB &lt;span lang="TH"&gt;มักจะกินแรง &lt;/span&gt;CPU)&lt;br /&gt;&lt;/li&gt; &lt;/ul&gt;   &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span style=""&gt;12.5 &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;เสียง&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;ul&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ซาวน์การ์ดส่วนใหญ่ใช้งานได้ อย่างน้อยก็พวกฟังก์ชันพื้นฐาน&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;ระบบเสียงแบบ 5.1 หรือมากกว่า อาจต้องการการปรับแต่งพิเศษ แต่ก็ควรจะใช้งานได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ &lt;/span&gt;Alsa Project &lt;span lang="TH"&gt;สนับสนุนเสียงแบบเมตทริก&lt;/span&gt; (&lt;a href="http://www.alsa-project.org/alsa-doc"&gt;http://www.alsa-project.org/alsa-doc&lt;/a&gt;)&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;span style=""&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt; &lt;/ul&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span style=""&gt;12.6&lt;span style=""&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;!--[endif]--&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;อุปกรณ์ต่อพ่วงอื่น ๆ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;   &lt;ul&gt;   &lt;li&gt;&lt;span lang="TH"&gt;เมาส์ &lt;/span&gt;: &lt;span lang="TH"&gt;รับประกันการใช้งานพื้นฐานเกือบหมด&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;อาจต้องการความช่วยเหลือเรื่องปรับแต่งในเมาส์ปุ่มพิเศษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;   &lt;li&gt;USB controllers : ชิปเซ็ตหลัก ๆ ใช้งานได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/li&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;อุปกรณ์ที่ต่อพ่วงกับ &lt;/span&gt;USB : &lt;span lang="TH"&gt;ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;อุปกรณ์บางชนิดใช้งานได้ เช่น &lt;/span&gt;zip, scanners, printers &lt;span lang="TH"&gt;ขณะที่บางอุปกรณ์ใช้ไม่ได้ เช่น &lt;/span&gt;webcam&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;USB flash drives : &lt;span lang="TH"&gt;ควรจะใช้งานได้เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;Palm : &lt;span lang="TH"&gt;สนับสนุนเต็มที่ รวมถึง&lt;/span&gt; email client integration&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;   &lt;li&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;Printers : &lt;span lang="TH"&gt;พริ้นท์เตอร์ส่วนใหญ่ใช้งานได้ หรือใช้งานผ่าน&lt;/span&gt; generic driver &lt;span lang="TH"&gt;(ผมใช้ไดรเวอร์ของ&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;HP LJ5 &lt;span lang="TH"&gt;กับเครื่อง &lt;/span&gt;OKI) &lt;span lang="TH"&gt;ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่ &lt;/span&gt;(http://www.linuxprinting.org)&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/li&gt; &lt;/ul&gt;                 &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;ขอให้โชคดี&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;     &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;กิลโบ&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;ดาวารา&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;     &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;u&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;เกี่ยวกับผู้เขียน&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;   &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;ผมอายุ 31 ปี เป็นวิศวกรซอฟท์แวร์จาก &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;Ramat-Gan &lt;span lang="TH"&gt;อิสราเอล&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;ส่วนใหญ่ผมทำงานเขียนโปรแกรมระดับเคอร์เนลทั้งลินุกซ์และวินโดว์&lt;span style=""&gt;  &lt;/span&gt;ผมใช้ลินุกซ์ตั้งแต่ปี 1998&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;   &lt;div style="border-style: none none solid; padding: 0cm 0cm 1pt;"&gt;  &lt;p class="MsoNormal" style="border: medium none ; padding: 0cm;"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;/div&gt;   &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;   &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;เรียบเรียงจาก &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.osnews.com/story.php?news_id=11041&amp;amp;page=1"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=";font-family:Tahoma;color:black;"  &gt;Switching To Linux Checklist&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;   &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;   &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;   &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span  lang="TH" style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12560435-112055953568254947?l=porrama.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12560435/posts/default/112055953568254947'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12560435/posts/default/112055953568254947'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://porrama.blogspot.com/2005/07/switching-to-linux-checklist.html' title='Switching To Linux Checklist'/><author><name>porrama</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12560435.post-111767720872043467</id><published>2005-06-01T18:50:00.000-07:00</published><updated>2005-06-01T19:00:46.386-07:00</updated><title type='text'>เปิดตลาดเพลงด้วยการขโมย</title><content type='html'>โดย นิธิ  เอียวศรีวงศ์&lt;br /&gt;มติชนสุดสัปดาห์  ฉบับที่ 1291  ประจำวันที่ 13-19 พฤษภาคม 2548&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายสิบปีมาแล้ว เมื่อตอนที่มีเทปตลับออกมาใหม่ ๆ ผมอยากได้เหลือกำลัง เพราะจะได้ฟังเพลงที่อยากฟัง โดยไม่ต้องนั่งลุ้นทางวิทยุว่าเมื่อไรจะมีให้ฟังเสียที จนในที่สุดก็ได้ครอบครองวิทยุและเครื่องเล่นอันหนึ่งเมื่อราคาถูกลงมามากแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยากฟังเพลงอะไรในสมัยนั้นง่ายนิดเดียว เพราะมีร้านที่รับจ้างอัดเพลงลงเทป ตามคำสั่งของเราอยู่ทั่วทุกหัวระแหง อยากได้เพลงอะไรก็จดรายชื่อลงไปให้ได้หนึ่งตลับ แล้วไปยื่นให้เขาอัดให้ วันหลังก็ไปรับมาฟังได้เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าจำไม่ผิดดูเหมือนจะเพลงละ 5 บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครับ ขโมยล่ะสิครับ  โดยร่วมมือกันระหว่างพ่อค้ารับจ้างอัดเทปกับผู้บริโภค ขโมยสิ่งประดิษฐ์ของคนอื่นหน้าตาเฉย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่สาบานได้เลยนะครับว่า ผม (และคงจะผู้ซื้อเพลงส่วนใหญ่) ไม่ได้สำนึกสักนิดเดียวว่านี่เป็นการขโมย ผมเชื่อว่าพ่อค้าผู้รับจ้างอัดก็ไม่ได้สำนึกเหมือนกันว่าตัวกำลังขโมยของใคร เพราะเขาติดป้ายโฆษณาไว้หน้าร้านอย่างไม่สะทกสะท้านอะไรทั้งสิ้น (คือไม่สะทกสะท้านตำรวจซึ่งสมัยนั้นไม่จับ เพราะบริษัทแผ่นเสียงไม่ได้ลงทุนให้จับ และไม่สะทกสะท้านต่อมโนธรรมสำนึกของตนเอง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่นมันก่อนที่เพลงจะเป็น ธุรกิจทำกำไรมโหฬารเหมือนปัจจุบัน บริษัททำเทปที่อัดแล้วขายยังไม่มีในเมืองไทย ส่วนบริษัทแผ่นเสียงก็พิมพ์ครั้งหนึ่งไม่กี่พันแผ่น ฟังกันมาก ๆ ก็ดีแล้ว จะได้ขายแผ่นเสียงให้หมดไปเสียเร็ว ๆ แท้จริงธุรกิจขโมยเพลงอัดลงเทปยังช่วยซื้อแผ่นเสียงเสียด้วยซ้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะว่าไป ตอนนั้นเพลงยังไม่ใช่สินค้า อย่างน้อยก็ไม่ใช่สินค้าที่ทำกำไรมากมายนัก ใคร ๆ ก็ฟังฟรี จากวิทยุทั้งนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ผมขอออกตัวไว้ด้วยว่า การที่เพลงไม่ใช่สินค้าไม่ได้แปลว่าไม่มีใครเสียเปรียบ ดูเหมือนจะเป็นคุณสุเทพ วงศ์กำแหง ที่เคยให้สัมภาษณ์ว่าได้ค่าจ้างร้องเพลงอัดแผ่นเพียงเพลงละ 50 บาทเท่านั้น ไม่ทราบว่าครูเพลง, วงดนตรี, ลูกจ้างที่เป็นผู้คุมเครื่อง ฯลฯ จะได้สักเท่าไร)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพลงมากลายเป็นสินค้าในเมืองไทยก็เพราะเทปตลับ คือนอกจากราคาถูกที่ซื้อหาได้ไม่ยากแล้ว เครื่องเล่นยังราคาถูกอีกด้วย เกิดตลาดขึ้นอย่างฉับพลัน แล้วก็มีพ่อค้าเข้ามาทำธุรกิจนี้ จนมั่งคั่งร่ำรวยอย่างที่เราเห็นในทุกวันนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างเดียวกับซีดีและซีดีคาราโอเกะกำลังไล่เตะเทปตลับออกไปจากตลาดในปัจจุบัน เพราะราคาถูกทั้งแผ่นและเครื่องเล่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉ ะนั้น จะพูดว่าการขยายตัวของธุรกิจเพลงเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีก็ได้ แต่ผมคิดว่าถึงเกิดได้เพราะเทคโนโลยี แต่ไม่ใช่เทคโนโลยีล้วน ๆ ที่ทำให้เกิดตลาดเพลงอย่างที่เรารู้จักในทุกวันนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนที่เทคโนโลยี จะทำให้เกิดผลอย่างนี้ จำเป็นต้องเปลี่ยนวัฒนธรรมการเสพย์ “เพลง” ในสังคมไทยเสียก่อน นั่นคือตลาดไม่ได้เกิดขึ้นจากเทคโนโลยี แต่ตลาดเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนวัฒนธรรมการเสพย์เพลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมขอสรุปวัฒนธรรมการเสพย์เพลงในช่วงก่อนที่จะกลายเป็นสินค้าให้ฟังอย่างสั้น ๆ ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพลงนั้นเสพย์ฟรีครับ เพราะใคร ๆ ก็ฟังเพลงจากวิทยุเท่านั้น ได้คุณภาพเสียงที่ไม่ดีเท่าไหร่ เพราะวิทยุส่วนใหญ่ยังส่งระบบโมโน คนที่มีเครื่องเสียงไว้ฟังแผ่นนั้นมีน้อยเต็มทน เครื่องก็แพงแผ่นก็แพง แต่เพราะคุณภาพเสียงวิทยุที่ไม่ดีนักนี่แหละ ที่ทำให้ยอมรับเทปตลับ ซึ่งเอาเข้าจริงก็ให้เสียงที่ไม่ดีนัก ได้อย่างง่าย ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยิ่งกว่านี้ ผมควรกล่าวด้วยว่า วิทยุนี่แหละเป็นผู้ขยายการ “ฟัง” เพลงให้ประชาชนไทยส่วนใหญ่ ในขณะที่ในวัฒนธรรมเดิมนั้น คนไทย “ฟัง-ชม-ร่วม” เพลง ไม่ได้ “ฟัง” เฉย ๆ ประเพณี “ฟัง” เพลงเฉย ๆ เกิดกับคนชั้นสูงก่อนในประมาณ ร.4 ลงมา แต่เพิ่งขยายตัวไปยังประชาชนในวงกว้างก็ต่อเมื่อมีวิทยุกันแพร่หลายแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้กระนั้น คนชอบฟังเพลงจากวิทยุยังไมได้ “ฟัง” เฉย ๆ แต่เคยชินที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย โดยเฉพาะการขอเพลงมอบให้คนโน้นคนนี้ ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จักเป็นส่วนตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิทยุทำให้เกิด “นักเพลง” ซึ่งไม่เคยมีในเมืองไทยมาก่อน คือคนชอบฟังเพลงแล้วเข้าไปทำกิจกรรมบางอย่างกับกลุ่มผู้ฟังอื่น (เขียนจดหมายถึงผู้จัดรายการ และขอเพลง เป็นต้น) “นักเพลง” จึงฟังเพลงโดยมีสำนึกว่าฟังร่วมอยู่กับคนอื่น ไม่ใช่ฟังด้วยความชื่นชมอยู่คนเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม คนฟังวิทยุที่ไม่ใช่ “นักเพลง” ยังมีอีกมาก คนเหล่านี้ถูกวิทยุสอนให้ “ฟัง” เพลงเฉย ๆ โดยไม่ต้อง “ชม-ฟัง-ร่วม” จนเคยชินกับวัฒนธรรมการเสพย์เพลงอีกอย่างหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วัฒนธรรมการเสพย์เพลง แบบใหม่นี่แหละ ที่เปิดทางให้เทปตลับ ถ้านายฮันเตอร์ พ่อค้าอังกฤษสมัย ร.3 นำเทปตลับและเครื่องเล่นมาขาย คงไม่มีคนซื้อ ปราศจากซึ่งวัฒนธรรมอันนี้ ไม่มีทางที่เทปตลับจะขายออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ก่อนที่วัฒนธรรมฟังเพลงจากวิทยุจะเคลื่อนมาสู่การฟังเพลงจากเทปตลับ ยังต้องการอีกอย่างหนึ่งครับ นั่นคือการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือการขโมย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เคยฟังฟรี ๆ จากวิทยุมาก่อน ถ้าต้องเสียเงินซื้อเพลงหนึ่งตั้งยี่สิบบาท จะมีใครซื้อเพลงมาฟังหรือครับ ซ้ำซื้อทั้งตลับยังอาจได้เพลงที่อยากฟังไม่ถึง 5 เพลงเสียอีก จะมิแพงขึ้นไปใหญ่หรือ ฉะนั้น จึงไปจ้างเขาอัดในราคาเพลงละ 5 บาท ได้ทุกเพลงที่ถูกกับคอตัวเองด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟังบ่อย ๆ ก็เกิดความมั่นใจที่จะร้องเองมากขึ้น กลายเป็นประเพณีร้องเพลงในงาน และในโอกาสที่ถูกคะยั้นคะยอให้ร้อง กลายเป็นฐานให้แก่ตลาดคาราโอเกะทุกรูปแบบต่อมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เทปตลับยังทำให้ “นักเพลง” อำลาเวทีไป เพราะการฟังเพลงจากเทปตลับคือการฟังคนเดียว ไม่มีการสื่อสารกับชุมชน “นักเพลง” อย่างเคย เหมือนฟังรายการ “กล่อมนิทรา” จากวิทยุก่อนนอน ฟังเองเคลิ้มเอง แล้วนอนเอง ไม่เกี่ยวกับคนอื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วัฒนธรรมการเสพย์เพลงใหม่แบบนี้เองที่เปิดทางให้แก่ ซาวนด์เบาต์และเอ็มพีสาม ซึ่งตัดโลกภายนอกออกไปโดยสิ้นเชิงด้วยหูฟัง เหลืออยู่แต่ตัวเองและเพลงเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วัฒนธรรมฟังเพลงแบบนี้แพร่หลายได้รวดเร็ว ส่วนหนึ่งก็เพราะการขโมยล่ะครับ เปิดทางให้ผู้คนเข้ามาคุ้นเคยกับการเสพย์เพลงแบบใหม่ จนกระทั่งการทำเทปที่อัดมาแล้วขายเกิดขึ้นได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อันที่จริง ผมใช้คำว่า “ขโมย” เพลง ก็เป็นความคิดที่เกิดใหม่ เพราะตามปกติเราไม่อาจขโมยสิ่งที่เป็นนามธรรมได้ เพลงไทยแต่ก่อนเป็นสมบัติร่วมกันของสังคม ใครเอาไปเล่นก็ได้ แม้แต่ศิลปินฝรั่งซึ่งเข้าสู่ตลาดก่อนเรา ตอนแรกก็เป็นผู้รับจ้างทำของเท่านั้น คือรับจ้างแต่งเพลงตามที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อุปถัมภ์ต้องการ แต่งแล้วก็กลายเป็นสมบัติสาธารณะไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยิ่ง “ขโมย” ฟังยิ่งไปกันใหญ่ เพราะหูมันผ่าได้ยินเอง แล้วใจก็เคลิ้มตามไปเองนี่หว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แนวคิดความเป็นเจ้าของสิ่งที่เป็นนามธรรม จนทำให้เกิดการขโมยสิ่งที่เป็นนามธรรม เพิ่งเกิดไม่นานมานี้เอง และผมเชื่อว่ายังไม่สู้จะลงหลักปักฐานมั่นคงนักในสังคมไทย ที่เราละเมิดลิขสิทธิ์กันอย่างหน้าตาเฉยในทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะเราจนหรือเพราะเราหน้าด้าน แต่เราได้แต่ “รู้” ว่ามันเป็นการขโมยตามมาตรฐานฝรั่ง แต่ไม่ได้ “รู้สึก” ว่าเป็นการขโมยซึ่งผิดศีล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมชวนคุยเรื่องเพลงจากเทปตลับ (หรือซีดี) ก็เพื่อจะยืนยันสิ่งที่รู้ ๆ กันอยู่แล้วว่า ไม่มีอะไรที่ดีเพียงส่วนเดียว หรือเสียเพียงส่วนเดียว เพราะดีหรือเสียนั้นกำหนดกันขึ้นจากกิเลสของมนุษย์เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การขโมยลิขสิทธิ์นั้นมีข้อเสียเยอะแยะ และพ่อค้ากับอเมริกันก็ร่วมมือกันโฆษณาข้อเสียให้ได้ยินกันอยู่เสมอแล้ว แต่ข้อดีของการขโมยลิขสิทธิ์ก็มีอยู่อย่างที่ผมกล่าวแล้ว นั่นก็คือ ถ้าไม่มีการขโมยเพลงนำทางมาก่อน ธุรกิจเพลงก็คงไม่เฟื่องฟูอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อวัฒนธรรมการเสพย์เพลงได้แพร่หลายมากถึงขนาดนี้ การขโมยย่อมขัดขวางธุรกิจเพลงอย่างแน่นอน กลายเป็นหาส่วนดีจากการขโมยลิขสิทธิ์ไม่ได้เอาเลย สรุปก็คือ ดีหรือเสียขึ้นอยู่กับเงื่อนไข ไม่มีอะไรดีเฉย ๆ หรือเสียเฉย ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมจึงอยากพูดถึงข้อเสียของการให้สิทธิเหนือทรัพย์สินทางปัญญาที่ยาวนาน หรือแน่นหนาเกินไปบ้าง  เพราะพูดถึงกันน้อยไปหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระบอบทรัพย์สินทางปัญหาที่มหาอำนาจพยายามยัดเยียดให้ใช้กันทั่วโลกนั้น มองประโยชน์ทางธุรกิจเป็นหลัก พ่อค้าใช้ระบอบนี้ไม่ใช่เพื่อคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ แต่ใช้เพื่อเอาเปรียบผู้บริโภคต่างหาก คนที่ซื้อโปรแกรมปฏิบัติการคอมพิวเตอร์มาใช้ คงรู้ดีว่าถูกเอาเปรียบจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างไร เราไม่มีโอกาสแม้แต่จะ “พอเพียง” กับโปรแกรมที่รับใช้เราได้ดีแล้วด้วยซ้ำ ต้องคอยเปลี่ยนไปตามประกาศิตของบริษัท เราจะหาโปรแกรมใช้งานมาป้อนคอมพิวเตอร์ของเราไม่ได้อีกต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนนักประดิษฐ์ก็ไม่สู้จะได้ประโยชน์อะไรนัก เพราะเป็นแค่ลูกจ้างของบริษัท ถึงคิดให้หัวผุอย่างไรก็เพียงแต่ไม่ถูกไล่ออกเท่านั้น รายได้คือเงินเดือนเหมือนเดิม คนที่รวยเอารวยเอาคือผู้ถือหุ้น ไม่ใช่พนักงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระบอบทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นธรรมและเสริมสร้างการปร ะดิษฐ์คิดค้น จึงไม่ใช่ระบอบที่เราใช้กันอยู่ จำเป็นต้องร่วมมือนั่งลงคิดกันใหม่ทั้งระบบ ที่จะทำให้ผู้ลงทุนและนักประดิษฐ์ได้ผลตอบแทนที่คุ้มพอสมควร แต่ไม่คุ้มถึงกับทำให้นักลงทุนไม่ยอมลงทุนกับการคิดค้นอะไรใหม่ ๆ อีกเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในขณะเดียวกัน การถือกรรมสิทธิ์เหนือสิ่งประดิษฐ์ ต้องไม่ทำให้การแข่งขันเป็นไปไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราต้องไม่ลืมว่า การประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ทั้งหลายนั้น เกิดขึ้นได้เพราะผู้ประดิษฐ์คิดค้นเป็นส่วนหนึ่งของสังคมมนุษยชาติ ฉะนั้น ถึงที่สุดแล้วสิ่งประดิษฐ์คิดค้นนั้นย่อมเป็นสมบัติของมนุษยชาติ อย่างที่งานของเชกสเปียร์และศรีปราชญ์เป็น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12560435-111767720872043467?l=porrama.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12560435/posts/default/111767720872043467'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12560435/posts/default/111767720872043467'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://porrama.blogspot.com/2005/06/blog-post.html' title='เปิดตลาดเพลงด้วยการขโมย'/><author><name>porrama</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12560435.post-111738305392185798</id><published>2005-05-29T09:02:00.000-07:00</published><updated>2005-05-29T21:08:30.726-07:00</updated><title type='text'>Why CIOs balk at open source apps</title><content type='html'>By Jan Stafford&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรแกรมแบบโอเพ่นซอร์สที่สำคัญ ๆ สำหรับธุรกิจ – เช่นประเภทใช้ครอบคลุมระบบงานในบริษัทและระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning = ERP) – ไม่ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้มีอำนาจตัดสินใจนำมาใช้งานในบริษัทต่าง ๆ ในปี 2005&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การสำรวจความคิดเห็นแบบไม่เป็นทางการของ SearchEnterpriseLinux.com กับผู้บริหารระดับสูง พบว่า มีการใช้งาน Linux, ใช้ MySQL เป็นตัวเสริมสำหรับงานจัดการฐานข้อมูล (DBMS), และใช้งาน Apache แต่สำหรับ ‘งานที่สำคัญระดับวิกฤติ’ แล้ว ถ้าเป็นโปรแกรมแบบโอเพ่นซอร์สยังต้องมองหาต่อไปในอนาคต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุผลของนักบริหารที่ยังคงไม่ใช้โปรแกรมแบบโอเพ่นซอร์ส คือความกลัวโดยสามัญสำนึก ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บ างบริษัทไม่ยอมรับโอเพ่นซอร์สเพราะพวกเขาไม่มีผู้เชี่ยวชาญหรือกำลังคนภายใน บริษัท เคเนต เจ เวบเบอร์ เจ้าของบริษัทเวบเบอร์ อิเลคทรอนิค บอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้ราคาต่อประสิทธิภาพ และเสรีภาพในการใข้งาน ซึ่งโปรแกรมแบบโอเพ่นซอร์สมีให้ จะดึงดูดใจเพียงไร แต่การนำมันมาใช้งานและทำงานร่วมกับระบบงานเดิมที่มีอยู่ ยังคงเป็นเรื่องที่ “ปวดหัวอย่างมาก” เวบเบอร์กล่าว “ผมปรารถนาอย่างมากให้ซอฟท์แวร์แบบโอเพ่นซอร์สใช้งานง่ายและปลั๊กแอนด์เพลย์ เหมือนวินโดว์ แต่วันนั้นก็ยังมาไม่ถึงซะที”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;เลิกใช้งานของเดิมเป็นเรื่องยาก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะที่โปรแกรมแบบโอเพ่นซอร์สมีต้นทุนที่ต่ำกว่าโปรแกรมลิขสิทธิ์แบบอื่น แต่ขั้นตอนที่ตามมาภายหลังอาจมีค่าใช้จ่ายสูง เคน แฮนสัน นักวิเคราะห์ที่ทำงานให้กับแอคคิวลอจิก บริษัทยาในบริสเบน เพนซิลวาเนีย กล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“การเข้ามาแทนที่โปรแกรมเดิมที่ใช้งานอยู่เป็นงานที่มีต้นทุนสูง แม้ว่าซอฟท์แวร์ที่คุณจะนำมาใช้นั้นจะฟรี”  แฮนสันอธิบาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้ให้คำปรึกษาด้านไอทีอิสระ และแอดมินของมหาวิทยาลัย ไบรอัน มาซายนิค กล่าวเพิ่มว่า การทำให้โปรแกรมแบบลิขสิทธิ์ที่มีอยู่เดิมใข้งานร่วมกับลินุกซ์และซอฟท์แวร์ โอเพ่นซอร์สเป็นเรื่องยาก ตัวอย่างเช่น เวบเพจบางหน้าสามารถดูผ่าน IE เท่านั้นเนื่องจากต้องใช้ ActiveX&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;โปรแกรมที่มีให้ใช้ยังไม่เพียงพอ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที เผยถึงข้อบกพร่องต่อความพร้อมใช้งาน ในกลุ่มโปรแกรมโอเพ่นซอร์สระดับเอนเทอร์ไพรส์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แน่นอนว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่ไอทีคนไหนจะเชื่อว่าโซลูชั่นด้านอีเมล์ของโอเพ่นซอร์สจะแย่ กว่าของไมโครซอฟท์” เคน เมอร์รา ผู้ให้คำปรึกษาและผู้จัดการไอทีสำหรับบริษัทด้านงานพิมพ์ใกล้เมืองดัลลัส กล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แฮนสันบอกว่าอุปสรรคหลัก ๆ ที่ขัดขวางการนำโอเพ่นซอร์สมาใช้คือ ไม่มีซอฟท์แวร์ระดับเอนเทอร์ไพรส์มากเพียงพอ -ภาคธุรกิจต้องการซอฟท์แวร์ที่มากกว่าโปรแกรมแบบธรรมดาที่มีอยู่อย่าง เวบเซิฟเวอร์, ดาต้าเบส, ระบบปฏิบัติการ ฯลฯ – มันยากที่จะหาซอฟท์แวร์โอเพ่นซอร์สที่เหมาะสมมาใช้งาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พวกเราต้องกา รโปรแกรมที่สามารถเลียนแบบทุก ๆ โปรแกรมที่เป็นที่นิยมของวินโดว์ และต้องการฮาร์ดแวร์ที่สนับสนุนการใช้งานในระบบหลัก ๆ รวมถึงอุปกรณ์ต่อพ่วง” มาซายนิคกล่าวเพิ่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การขาดแคลนทางเลือกนี้ รับรู้กันทั้งตลาดในแนวดิ่ง ตั้งแต่นายหน้า, กลุ่มบริษัทประกันภัย, ไปจนถึงบริษัทด้านสุขภาพบางแห่ง ทั้งหมดนี้ พวกเขาบอกว่าเขาผูกติดกับวินโดว์และระบบลิขสิทธิ์แบบ proprietary จนกว่าจะมีโปรแกรมแบบโอเพ่นซอร์สที่เชื่อถือได้และใช้งานร่วมกับระบบอื่นได้ ออกมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ความกลัวและ &lt;a href="http://en.wikipedia.org/wiki/FUD"&gt;FUD&lt;/a&gt;&lt;/span&gt; (Fear, Uncertainty, and Doubt)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะที่เกิดสามัญสำนึกเรื่อง ทำไมจึงไม่ควรใช้โอเพ่นซอร์สกับงานสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีส่วนใหญ่เชื่อว่าความกลัวนี้เป็นเหตุผลหลักที่ผู้บริหา รด้านไอทีตามบริษัทต่าง ๆ ไม่ใช้โอเพ่นซอร์ส ทุกวันนี้ ไม่มีใครโดนไล่ออกเพราะเลือกใช้ไมโครซอฟท์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าไอบีเอ็ม, ฮิวเลตแพคการ์ด, และออราเคิล เริ่มต้นย้ายโปรแกรมที่ใช้งานอยู่ไปใช้โอเพ่นซอร์ส เมื่อนั้นพวกผู้บริหารไอทีก็จะเริ่มสังเกตุเห็น ตราบใดที่ยังไม่เป็นแบบนั้น พวกนั้นก็ยังยึดความปลอดภัยเอาไว้ก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผู้บริหารส่วนใหญ่ โดยธรรมชาติแล้วจะอนุรักษ์นิยม และจะเดินในเส้นทางที่มีการต่อต้านน้อยที่สุด” ซิด บอยซ์ ผู้เชี่ยวชาญงานสนับสนุนด้านเทคนิคเซิฟเวอร์ SPARC ในอังกฤษบอก “พวกเขาจะยังคงจ่ายให้อะไรก็ตาม ที่ทำให้เขารู้สึกว่าปลอดภัย, ทำงานได้…และไม่ต้องใข้สมองมาก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่อย่ากล่าวโทษไปที่ผู้บริหารไอทีทั้งหมด เพราะทุก ๆ คน – ตั้งแต่ลูกค้าไปจนถึงซีอีโอ – ต่างต่อต้านการเปลี่ยนแปลง โฮเซ่ วาพินโต้ ผู้ตรวจสอบสถาบันวิศวกรรมระดับชาติในลิสบอน โปรตุเกส บอก&lt;br /&gt;การมีปัญหากับซอฟท์แวร์แบบ proprietary จะบังคับให้พวกนั้นยอมรับโอเพ่นซอร์สได้ทีละน้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้บริหารด้านไอทีที่ไม่ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงจะก้าวกระโดดในการแข่งขัน วาพินโต้กล่าว ผู้บริหารที่ฉลาดจะเข้าใจว่าโปรแกรมโอเพ่นซอร์สที่ใช้ในธุรกิจจำนวนมาก ช่วยเพิ่มผลผลิตได้ดี และจะกลายเป็นมาตรฐานในวันหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรียบเรียง จาก &lt;a href="http://linuxtoday.com/it_management/2005052602026NWBZMR"&gt;Why CIOs balk at open source apps&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12560435-111738305392185798?l=porrama.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12560435/posts/default/111738305392185798'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12560435/posts/default/111738305392185798'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://porrama.blogspot.com/2005/05/why-cios-balk-at-open-source-apps.html' title='Why CIOs balk at open source apps'/><author><name>porrama</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12560435.post-111556803707673367</id><published>2005-05-08T08:57:00.000-07:00</published><updated>2005-05-08T09:00:37.123-07:00</updated><title type='text'>หวงวิชา</title><content type='html'>โดย นิธิ  เอียวศรีวงศ์&lt;br /&gt;มติชนสุดสัปดาห์  ฉบับที่ 1289   ประจำวันที่ 29 เม.ย.-5 พ.ค. 2548&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมได้ยินตั้งแต่เล็กว่า คนไทยหวงวิชา รู้อะไรแล้วก็ไม่ยอมบอกคนอื่นง่าย ๆ  จึงเป็นสาเหตุทำให้วิชาความรู้ในบ้านเมืองเราไม่เจริญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟังปั๊บก็รู้ได้ทันทีนะครับว่า นี่เป็นคำอธิบายความไม่เจริญ (ทัดเทียม) ฝรั่งในด้านวิชาความรู้ของไทย ฉะนั้น คำอธิบายนี้ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ก็ตาม ย่อมปลอบใจคนไทยไปพร้อมกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมมาสนใจว่าจริงหรือไม่เอาเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว นั่นคือเริ่มจากการมองหาหลักฐาน เช่นคำสั่งสอนในสมัยโบราณที่ว่ารู้อันนี้แล้ว อย่าเที่ยวไปบอกใครเชียวนะ ไปจนถึงระแวดระวังไม่ให้คนอื่นได้รู้อะไรที่ตัวรู้อยู่ ผมไม่พบหลักฐานโบราณสักชิ้นเดียว ไม่ว่าในวรรณกรรมหรือเอกสารประเภทอื่น จนมาถึงประมาณสมัย ร.5 ลงมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แปลว่าไม่มีหลักฐานว่าคนไทยรุ่นก่อนหน้านั้นหวงวิชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็พระเจ้าแผ่นดินสมัยรัชกาลที่ 3 ทรงสร้างวัดโพธิ์ ด้วยตั้งพระทัยจะรวบรวมสรรพวิชาความรู้เท่าที่จะสืบหามาได้ในสมัยนั้น รวบรวมขึ้นไว้สำหรับการที่คนทั่วไปจะได้เรียนรู้ตามความปรารถนา แล้วจะบอกว่าหวงวิชาได้อย่างไรครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม คนที่เชื่อว่าคนไทยหวงวิชาก็ยังอธิบายได้อยู่ดีว่า ให้ดูวัดโพธิ์นั่นแหละเป็นพยาน จะเห็นว่าสรรพวิชาความรู้ที่รวมไว้ในนั้นล้วนเป็นความรู้ชั้นพื้น ๆ ซึ่งใคร ๆ เขาก็รู้กันหมดแล้วทั้งนั้น ไม่มีดุษฎีบัณฑิตคนไหนยอมปล่อยความรู้ระดับลึกในทางโหราศาสตร์, การแพทย์ หรืออักษรศาสตร์ออกมาสู่สาธารณะเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟังน่าระย่อมากนะครับ และผมเองก็ระย่ออยู่เป็นนานจนแก่ป่านนี้ เพราะไม่มีความรู้ด้านคณิตศาสตร์ไทยโบราณ, โหราศาสตร์ไทยโบราณ, แพทย์แผนไทยโบราณ, อักษรศาสตร์ไทยโบราณ ฯลฯ พอที่จะประเมินได้ว่า ความรู้ในจารึกวัดโพธิ์นั้นผิวเผินจริงหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่บัดนี้ก็แก่จนได้ที่แล้ว จึงหมดความระย่อลงไปและอยากตั้งคำถามว่า อ้ายความรู้ที่ว่าลึกนักลึกหนาซึ่งไม่กล้าเผยแพร่ให้ใครรู้นั้นคืออะไร? ผมไม่เคยได้ยินสักเรื่องเดียวเลย เช่นมีกลอนกลบทอะไรที่เขาผูกกันมาแต่โบราณ ซึ่งไม่ปรากฏในจารึกวัดโพธิ์บ้าง? ก็ไม่เห็นมีนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนจะบอกว่าความรู้ที่วัดโพธิ์ให้ไว้นั้น ไม่ทำให้ใครสามารถผูกกลบทใหม่ของตัวขึ้นได้ นั่นอาจจะจริงหรือไม่จริงผมไม่แน่ใจ เพราะโบราณเชื่อว่าเรียนของเก่าให้เจนจัดแล้ว ก็จะสร้างของใหม่ได้เอง ถึงเีรยนกลบทโบราณแล้วไม่ทำให้ใครผูกกลบทใหม่ได้จริง ก็เป็นเพราะปรัชญาการศึกษาของไทยโบราณไม่ได้ต้องการให้เกิดการคิดสิ่งใหม่ นับเป็นคนละเรื่องกับหวงวิชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ว่าเฉพาะแขนงความรู้ที่ผมพอมีโอกาสได้อ่านเอกสารบ้าง คือการแพทย์แผนไทย ผมก็ไม่เคยเห็นความรู้อะไรที่ลึกซึ้งที่ถูกเก็บงำเอาไว้ไม่ยอมให้เผยแพร่ในจารึกวัดโพธิ์สักชิ้นเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริงอยู่หรอกครับ ตัวยาสำหรับแก้โรคลงท้อง อาจแตกต่างกันในแต่ละตำรับ รวมไปถึงสัดส่วนของตัวยาที่ใช้ วิธีปรุงไปจนถึงวิธีกิน และวิธีเสกคาถาปิดปากหม้อยา ก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน แม้แต่การแบ่งสาเหตุของการลงท้องว่ามีกี่อย่างก็อาจไม่เหมือนกันด้วย แต่ทุกตำรับก็มีหลักการตรงกันที่พยายามสร้างสมดุลของธาตุทั้งสี่ในร่างกายเหมือนกันทั้งนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตำรับที่ไม่อยู่ในจารึกวัดโพธิ์ดีกว่าหรือไม่ ผมไม่ทราบ และเชื่อว่าคนโบราณก็ไม่ทราบชัดเหมือนกัน แต่ละสำนักคงอ้างว่าของตัวเด็ดดวงกว่าสำนักอื่นทั้งนั้น แต่เราไม่เคยมีการประเมินสัมฤทธิผลของตำรับยาอย่างเป็นระบบในสมัยโบราณ ฉะนั้น ที่ปรากฏในจารึกวัดโพธิ์จึงเป็นตำรับที่ดีที่สุดหรือคนทำเชื่อว่าดีที่สุด (เช่นเป็นของหมอหลวง) แต่อาจไม่ได้ผลจริงก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงกระนั้น ก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะหวงวิชา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตรงกันข้ามด้วยซ้ำ ถ้ารวบรวมตำรับยาทั้งคนบอกผีบอกในเมืองไทย ซึ่งอุตสาห์เก็บกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรกระจายกันในการครอบครองของบุคคล, ของวัด และของราชการแล้ว ก็จะพบปริมาณมากมายเหลือคณานับ เขาจะลงมือเขียนเอาไว้ทำไม นอกจากเก็บความรู้เหล่านั้นไว้ไม่ให้สูญหายและเผยแพร่ให้แก่คนอื่น ๆ ซึ่งอ่านหนังสือออกและสนใจเรื่องนี้ได้รู้นั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉะนั้น จึงไม่มีการหวงวิชา อย่างน้อยก็ในหมู่ประชากรที่อ่านหนังสือออก (ซึ่งอาจมีไม่ถึงครึ่ง) อย่างแน่นอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประเพณีเรียนหนังสือที่เล่ากันมาก็เหมือนกัน อยากเรียนหนังสือก็เอาพ่อแม่ไปประกอบพิธีกรรมกับครู เสีย "ค่ายกครู" ซึ่งแทบไม่มีค่างวดอะไรในพิธีกรรม แล้วก็ได้เรียนหนังสือ ประเพณีอย่างนี้ฟังดูไม่น่าจะเป็นไปได้ในวัฒนธรรมหวงวิชาเลยนะครับ เอาลูกเข้าสาธิตหรือสวนกุหลาบปัจจุบันยังยากกว่ากันเป็นแสนเท่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตรงกันข้ามกับที่ประกาศกันมา ผมกลับคิดว่าการหวงวิชาเป็นผลผลิตของโลกสมัยใหม่ต่างหาก คนที่หวงวิชาที่สุดในโลกเวลานี้ คือฝรั่งในประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งพยายามจะสร้างระบบทรัพย์สินทางปัญญาที่เอาเปรียบคนอื่น ๆ ทั้งโลก เพราะความรู้ในระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่กลายเป็นสินค้าร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นไปไม่ได้ในระบบสังคมของโลกสมัยใหม่ ที่จะหวงความรู้เอาไว้แต่ผู้เดียว จึงต้องจดสิทธิบัตรความรู้เอาไว้ให้ขายกินกำไรได้นาน ๆ หรือแบ่งความรู้ออกขายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เพื่อทำกำไรได้มากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริงอยู่หรอกครับ ที่ฝรั่งรู้จักการขยายความรู้ให้แพร่หลายในหมู่ประชาชน (popularization of knowledge) มาก่อนไทย จึงดูเหมือนไม่ได้หวงวิชา แต่ที่คนไทยไม่ได้ขยายความรู้ให้แพร่หลาย ก็ไม่ใช่เพราะหวงวิชาหรอก ก็มีปัญญาความสามารถจะขยายได้แค่นั้น คือเขียน (เพราะยังไม่มีการพิมพ์) ลงสมุดเก็บไว้หรือถวายวัด (ซึ่งคือการเผยแพร่อย่างหนึ่ง) อีกทั้งไม่มีเงื่อนไขปัจจัยอะไรในสังคมไทยโบราณ ที่จะต้องขยายความรู้ให้แพร่หลายอย่างกว้างขวางเท่าสังคมฝรั่งด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กล่าวโดยสรุปก็คือ การหวงวิชาเกิดขึ้นเมื่อวิชากลายเป็นสินค้า หรือมีผลประโยชน์ทางการค้าเข้ามาเกี่ยวข้องกับความรู้และการใช้ความรู้ต่างหาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และการหวงวิชาในลักษณะนี้ ได้ยินได้ฟังกันในเมืองไทยมากก็หลัง ร.5 มาแล้วทั้งนั้น วิชาหนึ่งที่หวงกันมาก คือวิชาที่เอาออกไปขายได้โดยตรง ได้แก่ศิลปะการแสดงทั้งหลาย เพราะหนึ่งในธุรกิจที่เฟื่องฟูขึ้นในระยะแรกที่ชาวนา (ภาคกลาง) ได้กำไรดีจากการทำนาส่งออกคือธุรกิจบันเทิง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การประชันวงปี่พาทย์ซึ่งเริ่มจะดุเดือดมากขึ้น ก็เริ่มในสมัยนี้ เพราะชัยชนะหมายถึงตลาดที่กว้างขึ้นและมั่นคงขึ้นของวง หรือหมายถึงการอุปถัมภ์ที่มีราคาแพงขึ้น จึงต้องสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช่นเดียวกับหนังตะลุง, ลำตัด, เพลงฉ่อย และต่อมาก็ลิเก ต่างต้องหวงลูกเล่น หวงกลเม็ดเด็ดพราย รวมทั้งหวงตัวพระตัวนาง เพราะล้วนเป็นการแข่งขันกันเพื่อหากำไรในตลาดทั้งสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมคิดว่า ตำนานเรื่องคนไทยหวงวิชาเกิดขึ้นในช่วงนี้ เมื่อวิชาต่าง ๆ กลายเป็นสินค้าได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าวิชาทำว่าว (ขาย), วิชาทำตะกร้อ (ขาย), วิชาทำขนม (ขาย), วิชา ฯลฯ ซึ่งสามารถทำขายได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ลองไปดูวิชาความรู้ที่ยังไม่กลายเป็นสินค้าดูเถิดครับ ผมเห็นของชาวบ้านไทยแม้จนถึงทุกวันนี้ ไม่เห็นจะหวงอะไรเลย บางกรณียังอุตส่าห์หาทางเผยแพร่วิชาเหล่านั้นฟรี ๆ เสียด้วยซ้ำ ชาวบ้านปากมูลระดมกำลังคนเฒ่าคนแก่มารวบรวมความรู้เกี่ยวกับปลาในลำน้ำมูล (ตามวิธีจำแนกแบบชาวบ้าน ไม่ใช่แบบสัตวศาสตร์ของฝรั่ง - ซึ่งขายได้) กันจนได้ประเภทของปลาเกือบจะเท่ากับที่นักวิทยาศาสตร์เคยรวบรวมไว้ได้ ไม่เห็นหวงวิชาอะไรเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่ปฏิเสธนะครับว่า ในทุกสังคม (และคงจะทุกสมัย) ความรู้กับสถานภาพทางสังคมแยกออกจากกันยาก เ่ช่นในเมืองไทยคงเป็นไม่ได้ที่จะมีนักเปียโนฝีมือระดับโลกที่มาจากสลัม ถึงจะมีทุนเรียนเปียโนแจกฟรีให้แก่เด็กเยอะแยะแค่ไหนก็ตาม เพราะสิ่งแรกที่เด็กซึ่งจะเป็นนักเปียโนระดับโลกต้องมี คือเปียโนที่บ้านครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉะนั้น จึงมีวิชาบางชนิดในสังคมโบราณที่เขาไม่เปิดเผยแก่คนทั่วไปอยู่บ้าง ผมจัดวิชาเหล่านี้ว่า เป็นวิชาแห่งอำนาจ เช่น ไสยศาสตร์ เป็นต้น แต่ก็ไม่ใช่การหวงวิชาอยู่ดีนะครับ เพราะที่เขาต้องปิดบังความรู้ทางไสยศาสตร์กันก็เพราะมันมีอันตราย เที่ยวแจกจ่ายให้คนไม่เลือกหน้าไม่ได้ จึงต้องมีข้อกำกับทางศีลธรรมของความรู้ทางไสยศาสตร์ เพื่อไม่ให้อำนาจตกอยู่ในมือของคนชั่ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิชาบางอย่างก็อาจต้องหวงไว้สำหรับตระกูล เพราะไปเกี่ยวกับสถานะทางสังคม (ซึ่งก็คืออำนาจในอีกรูปหนึ่ง) เช่นเป็นโหราจารย์ในราชสำนัก หรือเป็นหมอผีของสังคมชนเผ่าบางสังคม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมอผี เป็นสถานะทางอำนาจอย่างแน่นอน ในบางชนเผ่าจึงใช้วิธีสืบทอดสถานะนี้ผ่านทางสายโลหิต (คล้ายกับพราหมณ์) บางชนเผ่าใช้การเลือกจากคนที่มีลักษณะพิเศษบางอย่าง เอามาฝึกปรือจนสามารถทำหน้าที่ของหมอผีได้ และได้สืบทอดตำแหน่งต่อไป แต่ความรู้ที่จะเป็นหมอผี ย่อมไม่ใช่ความรู้สาธารณะที่ทุกคนเข้าถึงหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องนี้เข้าใจได้ไม่ยาก แต่กรณีเช่นนี้ การหวงวิชาไม่ใช่บุคคลเป็นผู้หวงเพียงคนเดียว แท้จริงแล้วสังคมทั้งสังคมนั่นแหละที่ต้องหวงเอาไว้กับบางคนเท่านั้น เพราะการกระจายความรู้โดยไม่เลือก ย่อมกระทบต่อโครงสร้างสังคมทั้งหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนไทยปัจจุบันจึงหวงวิชากว่าคนไทยในอดีต และฝรั่งหวงวิชากว่าไทย เพราะฝรั่งมีวิชาที่ต้องหวงมากกว่าไทย และนั่นคือวิชาที่เป็นสินค้าขายดีในตลาด&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12560435-111556803707673367?l=porrama.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12560435/posts/default/111556803707673367'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12560435/posts/default/111556803707673367'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://porrama.blogspot.com/2005/05/blog-post.html' title='หวงวิชา'/><author><name>porrama</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12560435.post-111520471664569475</id><published>2005-05-04T03:59:00.000-07:00</published><updated>2005-05-04T04:05:16.656-07:00</updated><title type='text'>Moving IT management to a new paradigm</title><content type='html'>By Jan Stafford&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซอฟท์แวร์บริหารจัดการไอที แบ่งประเภทได้ตั้งแต่โซลูชั่นเฉพาะด้านนับร้อย ไปจนถึงซอฟท์แวร์ที่รวมกันเป็นชุดขนาดมหึมาใช้สำหรับบริษัทขนาดใหญ่  Robert Fanini ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GroundWork Open Source Solution Inc., ในเอเมอรี่วิลล์ แคลิฟอร์เนีย ตั้งเป้าหมายไว้ระหว่างสองกลุ่มข้างต้น ด้วยชุดซอฟท์แวร์แบบโอเพ่นซอร์สที่ไม่ซับซ้อน ราคาต่ำ สำหรับการบริหารจัดการไอที  ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ Fanini อธิบายว่าโอเพ่นซอร์สจะเปิดหูเปิดตาของหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารด้านไอที (Chief Information Officers = CIOs) ที่ยังคลางแคลงใจได้อย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;คุณยังคงเห็นความน่าสนใจของซอฟท์แวร์โอเพ่นซอร์สสำหรับบริษัทต่าง ๆ อยู่หรือเปล่า?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Fanini: พวกเราเห็นแรงกดดันอย่างมากที่มีต่อผู้บริหารระดับสูง จากสตาฟท์ด้านไอทีของบริษัทเหล่านั้น ซึ่งต้องการใช้ลินุกซ์และซอฟท์แวร์แบบโอเพ่นซอร์ส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ในทางตรงกันข้าม CIOs จำนวนมากบอกเราว่าโอเพ่นซอร์สไม่ได้อยู่ในความสนใจของเขาแล้ว  &lt;/span&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ทำไมคุณจึงคิดว่าพวกเขาไม่สนใจโอเพ่นซอร์สเอามาก ๆ? จะเปลี่ยนแปลงความคิดนั้นด้วยอะไร?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Fanini: CIOs อาจจะแสดงออกว่าพวกเขาไม่ได้มุ่งความสนใจไปที่โอเพ่นซอร์ส เพราะซอฟท์แวร์โอเพ่นซอร์สส่วนใหญ่ ถูกใช้งานในแผนกพัฒนาของบริษัทขนาดยักษ์อยู่แล้ว  โอเพ่นซอร์สเป็นทางเลือกแรกสำหรับเครื่องมือที่ใช้ในงานพัฒนา -- Apache (ใช้งานเป็นเวบเซิฟเวอร์กันมากกว่า 80%) เป็นตัวอย่างที่ดีของเรื่องนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผลประโยชน์จากการใช้ซอฟท์แวร์โอเพ่นซอร์สจะเกิดขึ้นเด่นชัดกับ CIOs เมื่อมันเป็นทางเลือกหนึ่งในแผนกไอที  ประโยชน์เหล่านี้จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นเนื่องจาก เราหาโปรแกรมโอเพ่นซอร์สมาใช้งานได้ง่ายและใช้สะดวก  เป็นความจริงที่ว่าเมื่อผู้เชี่ยวชาญยอมรับโอเพ่นซอร์ส ก็จะเพิ่มประสิทธิภาพแง่บวกกับการใช้งานโอเพ่นซอร์สภายในบริษัท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;หากพิจารณาจากประวัติศาสตร์ไอที ผลิตภัณฑ์โอเพ่นซอร์สมีคุณสมบัติอะไร ที่ทำให้มันเป็น&lt;/span&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ทางเลือกที่ดีในช่วงเวลานี้?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Fanini: ทุกวันนี้ โครงสร้างพื้นฐานทางไอทีของธุรกิจต่าง ๆ ต่างชนิดกัน ใช้งานร่วมกันไม่ได้&lt;br /&gt;ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะเลือกเครื่องมือและแอพพลิเคชันซอฟท์แวร์ที่ยืดหยุ่น และมีความ&lt;br /&gt;สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องมือและโปรแกรมที่มีอยู่แต่เดิม  ชุดโปรแกรมของโอเพ่นซอร์ส&lt;br /&gt;มักจะมีความยืดหยุ่นสูง และใช้งานร่วมกับโปรแกรมเดิมได้สบาย เพราะมันไม่ใช่โปรแกรมแบบ&lt;br /&gt;proprietary (คนไทยเรียกกันว่าโปรแกรมลิขสิทธิ์ --ผู้เรียบเรียง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;CIOs บางคนบอกกับเราว่า พวกเขาได้ยินมามากเกี่ยวกับซอฟท์แวร์โอเพ่นซอร์สว่า ยืดหยุ่นกว่าและ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt; &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ใช้งานร่วมกับซอฟท์แวร์ที่มีอยู่เดิมง่ายกว่า  แต่พวกเขาไม่ "เข้าใจ" จริง ๆ ว่าทำไมโอเพ่นซอร์สจึงมี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt; &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;คุณลักษณะนี้? คุณช่วยอธิบายได้ไหม?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Fanini: คำตอบง่าย ๆ คือ โดยธรรมชาติโอเพ่นซอร์สถูกออกแบบ วางกฏเกณฑ์ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อการใข้งานแบบเอนกประสงค์และแบบประยุกต์  การจะทำเช่นนี้ได้  ข้อมูลที่ส่งเข้าไป และผลลัพธ์ที่ได้ออกมาในระบบโอเพ่นซอร์ส ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง  หรืออย่างน้อยที่สุด โปรโตคอลสำหรับการใช้งานเชื่อมต่อกันจะเป็นแบบเปิด กำหนดไว้ชัดเจนและเผยแพร่ออกมา  รหัสต้นฉบับก็เผยแพร่ให้ใช้ประโยชน์เช่นกัน  ผู้ใช้งานจึงมีความสะดวกที่จะนำรหัสต้นฉบับมาดัดแปลงส่วนเชื่อมต่อใด ๆ  เพื่อส่งและรับข้อมูลฟอร์แมตที่ต่างประเภทกันได้  ทำให้ง่ายต่อการผสมผสานเข้ากับระบบงาน,  เครื่องมือ และข้อมูลที่มีอยู่เดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในทางตรงกันข้าม ซอฟท์แวร์เชิงพานิชย์ (commercial) นั้น "ปิด" (ไม่มีรหัสต้นฉบับให้ใช้)  มีอินเทอร์เฟซและข้อมูลเป็นแบบ proprietary เพื่อปกป้องตัวผู้ขายซอฟท์แวร์เอาไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;CIOs บางคนเชื่อว่าพวกเขาจำเป็นต้องบังคับพวกสตาฟท์ทางไอทีเพื่อจะนำโอเพ่นซอร์สมาใช้ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;เพราะผู้จัดการด้านวินโดว์และยูนิกซ์รุ่นปัจจุบัน ไม่มีทักษะในการใช้งานโอเพ่นซอร์ส  ความเชื่อนี้มีอะไรถูกและผิดบ้าง?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Fanini: เป็นเรื่องจริงที่การใช้งานลินุกซ์ในสำนักงานที่ใช้วินโดว์/ยูนิกซ์อยู่ ต้องการสตาฟท์ไอที ที่ได้รับการเทรนให้รู้จักการจัดการลินุกซ์  ผมเชื่อว่าเทคนิเชี่ยนส่วนมากยินดีกับโอกาสที่จะได้เรียนรู้การทำงานกับลินุกซ์  เพราะมันมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรียบเรียงบางส่วนจาก &lt;a href="http://searchenterpriselinux.techtarget.com/originalContent/0,289142,sid39_gci1085024,00.html"&gt;Moving IT management to a new paradigm&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12560435-111520471664569475?l=porrama.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12560435/posts/default/111520471664569475'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12560435/posts/default/111520471664569475'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://porrama.blogspot.com/2005/05/moving-it-management-to-new-paradigm.html' title='Moving IT management to a new paradigm'/><author><name>porrama</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry></feed>
